|
|
|
สืบสานตำนานไทย
|
พลับพลาของพระองค์ดำ-พระองค์ขาว
ในคราวที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา ได้เสด็จไปปราบพระยาละแวกแห่งกรุงกัมพูชา
ขากลับได้เสด็จผ่านมายังท้องที่ตำบลกลางดง (ปัจจุบันเป็นตำบลพญาเย็น) ถึงลำคลองมวกเหล็ก
ทรงเห็นสภาพภูมิประเทศสองฝั่งคลองมวกเหล็ก เป็นที่ราบบริเวณกว้างเหมาะที่จะทรงพักกองทัพเพื่อให้ทหารได้พักผ่อนจากการเดินทัพ
จึงมีรับสั่งให้พักกองทัพ ณ บริเวณสองฝั่งคลองมวกเหล็ก อันเป็นสถานที่สร้างวัดผ่านศึกอนุกูล และฝั่ง อ.ส.ค. ในปัจจุบันนี้
ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ได้มีชาวบ้านในละแวกนั้นได้ทำการไถเพื่อปลูกพืชไร่ ได้พบ หอก ดาบ เครื่องประดับบางส่วน และได้นำไปถวายไว้ที่วิหารในวัดผ่านศึกอนุกูล

พลับพลาหลังเดิม
ต่อมาท่านเจ้าอาวาสวัดผ่านศึกอนุกูล (พระอาจารย์บุญธรรม) และคณะกรรมการวัดได้มีแนวความคิดว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
สมควรจะสร้างพลับพลาที่ประทับและสร้างพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา มาประดิษฐานเพื่อเป็นอนุสรณ์
และเป็นที่เคารพสักการะแก่คนทั่วไป จึงได้ขอความอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ ดร.ประกอบ หุตะสิงห์ องคมนตรีขณะนั้น ให้เป็นประธานในการดำเนินการก่อสร้าง
ซึ่ง ฯพณฯ ดร.ประกอบ หุตะสิงห์ ได้รับเป็นประธาน และได้ประสานงานกับกรมศิลปากรให้เป็นผู้ออกแบบก่อสร้างพลับพลา และหล่อพระบรมรูปทั้งสองพระองค์
และได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานอัญเชิญสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเป็นประธานเททองหล่อพระบรมรูป ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปินายก เป็นประธานฝ่านสงฆ์ ส่วนการก่อสร้างพลับพลาก็ดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยมี
พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้ให้การสนับสนุน

พลับพลาใหม่ ที่อยู่หน้าบริเวณวัดผ่านศึกอนุกูล
ได้นำความกราบบังคม สมเด็จพระบรมฯ ทรงยกฉัตรยอดพลับพลามหาราชเชษฐา-อนุชาธิราช กับทรงเปิดพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
และสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา ณ บริเวณวัดผ่านศึกอนุกูล ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2536
| | |
|
|