พิธีทอดกฐิน

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก

กฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างหอฉันท์ - หอสวดมนต์ วัดสารภี หมู่ 2 ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง สุพรรณบุรี
เพื่อให้ทราบสาเหตุที่พระพุทธเจ้าจะทรงอนุญาตให้ภิกษุรับกฐิน และต่อมาทายกก็ได้ถือเป็นกุศลกรรมบำเพ็ญ สืบต่อกันมาตราบเท่าทุกวันนี้ เรื่องเดิมมีดังนี้.-
ครั้งหนึ่ง ภิกษุชาวเมืองปาฐาประมาณ 30 รูป มีความประสงค์จะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ เมืองสาวัตถี จึงพากันเดินทางจากเมืองปาฐาไปเมืองสาวัตถี แต่พอไปถึงเมืองสาเกตซึ่งอยู่ในระยะทางห่างจากสาวัตถีประมาณ 6 โยชน์ จึงจะถึงสาวัตถีก็เผอิญถึงวันเข้าพรรษา ภิกษุเหล่านั้นจะเดินทางต่อไปไม่ได้ จึงจำพรรษา ณ เมืองสาเกต ในระหว่าง จำพรรษามีความร้อนรนอยากเฝ้าพระพุทธเจ้า พอออกพรรษาก็เดินทางไปสาวัตถีโดยเร็ว ในเวลานั้นฝนยังตกมากอยู่ ทางเดินก็เต็มไปด้วยโคลนตมเปรอะเปื้อน เมื่อมาถึงสาวัตถีได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ พระองค์ทรงทราบความลำบากของ พระเหล่านั้น จึงทรงอนุญาตให้พระภิกษุทำพิธีกรานกฐินในระยะเวลาภายหลังออกพรรษาไปแล้ว 1 เดือน พระภิกษุที่ ได้รับกฐินและกรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์ 5 ประการ ตามพระวินัย คือ
1. เข้าบ้านโดยไม่ต้องบอกลาภิกษุด้วยกัน
2. เดินทางโดยไม่ต้องเอาไตรจีวรไปด้วย
3. ฉันอาหารโดยล้อมวงกันได้
4. เก็บจีวรที่ยังไม่ต้องการใช้ไว้ได้
5. ลาภที่เกิดขึ้น ให้เป็นของภิกษุที่จำพรรษาในวัดนั้น ซึ่งได้กรานกฐินแล้ว
พิธีการของกฐิน นี้มีอยู่ 2 ระยะ คือ
1. ระยะทายกนำผ้าไปถวายระยะหนึ่ง ซึ่งตกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันเพ็ญเดือน 12 ภายหลัง ออกพรรษาแล้ว
2. ระยะที่พระท่านรับผ้าจากทายกแล้วประชุมกันทำกรรมวิธี มีการตัดเย็บ ย้อม แล้วกรานกฐินนี้เป็นระยะหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกับฆราวาสประการใด เป็นเรื่องพิธีกรรมทางพระวินัยของพระสงฆ์
อนึ่ง การทอดกฐินนั้น ผู้มีศรัทธาประสงค์จะทอดวัดใดก็ตาม ตามธรรมดาต้องไปบอกกล่าวให้พระวัดนั้นทราบ ล่วงหน้าไปทอดเฉย ๆ เรียกว่า " กฐินจร "


อัญเชิญกฐินแห่รอบโบสถ์ (ทักษิณาวัตร) 3 รอบ พร้อมโห่เอาฤกษ์เอาชัย 3 ครั้ง



รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ร่วมต้านภัยยาเสพติด