ลวดลายปูนปั้น ศิลปะอันวิจิตรบรรจงและงามสง่า



งานปูนปั้นชั้นครู ทั้งที่เป็นแบบสวยงาม ฝีมือสกุลช่างเมืองเพชร

ศิลปะการปั้นปูนประดับสิ่งก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ วิหาร หรืออาคารต่าง ๆ มีมา นับพันปีจวบจนถึงสมัยปัจจุบัน
วิธีการทำปูนปั้นนั้นช่างจะโบกปูนฉาบผนังผิวนอกไว้หยาบ ๆ แล้วจึงใช้เหล็กปลาย แหลมขัดลงไปบนผิวฉาบขณะกำลังหมาด ๆ อยู่ เป็นรูปคน สถาปัตยกรรม ลวดลายกับสิ่ง
ต่าง ๆ ซึ่งคนทำจะต้องชำนิชำนาญมาก จากนั้นก็ขึ้นปูนลงไปในขอบเขตของเส้นที่ร่างไว้
ถึงแม้จะเป็นโครงรูปขนาดใหญ่ เมื่อทำผนังอิฐแล้วก็ต้องร่างบนผนังอิฐด้วยถ่าน จากนั้นจึงก่ออิฐปูนออกมาจากผนังแล้วจึงขึ้นปูนทับเป็นรูปนูนสูงซึ่งเกือบจะดูลักษณะเป็น ลอยตัว เมื่อพื้นแข็งตัวแล้วก็ทำไปทีละขั้น ปูนปั้นต้องโขลกโดยผสมทราย น้ำอ้อยและยางไม้ เตรียมปั้นให้พอเสร็จเฉพาะแต่ละวัน โดยไม่ต้องห่วงลบรอยร่าง เพราะปล่อยให้พื้นแข็งตัว รอยร่างจึงยังคงสภาพให้เห็นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามก็ต้องนับว่าเป็นความเชี่ยวชาญ เฉพาะตัวของศิลปินทีเดียว
ลายปั้นปูนของไทยโบราณนั้น งามอย่างน่าอัศจรรย์ สมัยอู่ทองและลพบุรี มีความ จัดเจนในการปั้นปูนซึ่งยากจะหาที่ไหนมาเสมอเหมือน สมัยสุโขทัยก็ยังคงความงดงาม เป็นเอก แสดงความเป็นหนึ่งที่ไม่เป็นสองรองแห่งใดที่ไหน
ปูนปั้นสมัยอยุธยาได้สืบความรุ่งโรจน์จากศิลปะคลาสสิกของอู่ทองตอนปลายสุโขทัย และอโยธยา ความมีพลังอำนาจของอาณาจักรอยุธยาได้ฉายแสดงออกมาทางงานปูนปั้นที่ได้ บ่งบอกในความเข้มแข็งมั่นคงและอำนาจราชศักดิ์
ลายปูนปั้นของไทยรุ่งโรจน์มาจนถึงสมันรัตนโกสินทร์ แยกรายละเอียดตามรัชกาล ได้ดังนี้
สมัยรัชกาลที่ 1 ปูนปั้นมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นงานประติมากรรมจำหลักไม้
สมัยรัชกาลที่ 2 ฝีมือช่างขึ้นครูที่ยังเหลือให้ชมกันจนบัดนี้
สมัยรัชกาลที่ 3 มีการนำศิลปะแบบจีนเข้ามาผสมผสานกับแบบไทยเดิม
สมัยรัชกาลที่ 4 ศิลปะลายปูนปั้นหันไปนิยมศิลปะฝรั่งกันมาก เพราะการก่อสร้างเป็น แบบฝรั่งอย่างชัดเจน
สมัยรัชกาลที่ 5 ถือกันว่าลายปูนปั้นกลายเป็นแบบสากลไป
สมัยรัชกาลที่ 6 ถึงรัชกาลที่ 8 ก็ยังคงดำเนินรอยแบบปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

งานศิลปะการปูนปั้นของไทย ตั้งแต่ถือกำเนิดจวบจนถึงปัจจุบัน แสดงความเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองแห่งใดที่ไหน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความงามเลิศอย่างเอกโดยแท้

โกสินทร์ ชิตามร, กินรี ฉบับที่ 12 ธ.ค.35, หน้า 104-106.

ท่องเที่ยวทั่วไทย เงินตราไม่รั่วไหล ช่วยเศรษฐกิจไทยเจริญ